ติดต่อ 02-739-7575 | เปิดทำการทุกวัน เวลา 7:00 น.- 19:00 น. 

 

                ในอดีตตำบลสำโรงเหนือ เป็น ตำบลใหญ่ ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร ทางด้านการคมนาคม ในทางบก ใช้ถนนสุขุมวิท และรถราง (สายสมุทรปราการ - หัวลำโพง) (ปัจจุบันเป็นถนนวงแหวนอุตสาหกรรมหรือรถรางสายเก่า)และในด้านการคมนาคมทางน้ำใช้คลองสำโรง เป็นเส้นทางการเดินทางสายสำคัญ เนื่องจากคลองสำโรงเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำบางประกงกับแม่น้ำเจ้าพระยา ขนานชายฝั่งทะเล ดังนั้น ตำบลสำโรงเหนือ จึงเป็นศูนย์กลางทางการคมนาคม ทั้งทางน้ำและทางบก

                   การขนส่งสินค้าทางน้ำเป็นที่นิยมกันมากในสมัยนั้น โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร เช่น ข้าวจะบรรทุก เรือเอี้ยมจุ้น พ่วงเป็นทางยาวเต็มลำคลอง ส่วนใหญ่จะล่องเรือไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อนำสินค้าไปขึ้นที่ท่าเรือคลองเตย ตำบลสำโรงเหนือจึงเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำ ที่มีทั้งเรือมอเตอร์โบ๊ท(เรือยนต์ 2 ชั้น) เรือยนต์ทั่วไป เรือหางยาว และเรือรับจ้าง แล่นไปมาจาก บางบ่อ - บางพลี - สำโรง

                   ย้อนรอยสู่อดีตที่เล่าต่อกันมาว่า ชาวบ้านพบ องค์เจ้าพ่อทัพ ลอยน้ำมาถึงยังบริเวณริมคลองสำโรง ด้วยบารมีและความศักดิ์สิทธิ์แห่ง องค์เจ้าพ่อทัพ ทำให้ชาวบ้านเกิดศรัทธาจึงได้ทำการอันเชิญ องค์เจ้าพ่อทัพ ประทับ ณ ศาลเจ้าพ่อทัพ ที่ชาวบ้านได้สร้างขึ้น

จากนั้นมาจนถึงปัจจุบัน ศาลเจ้าพ่อทัพ จึงเป็นที่เคารพศรัทธาของบรรดาผู้ที่สัญจร ไป-มา ทางน้ำ ผู้ใดที่ผ่านมา จะต้องกราบไหว้ขอพรเพื่อให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ

             มีเรื่องเล่าตอนหนึ่งเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของ องค์เจ้าพ่อทัพ ว่า มีเรือขนข้าวลำหนึ่ง ได้แล่นผ่านศาลเจ้าพ่อทัพ คนเรือในขณะนั้นต่างมีอาการมึนเมาด้วยฤทธฺ์สุรา ทำให้พูดจาไม่สุภาพและแสดงกริยาที่ไม่แสดงความเคารพ ฉับพลันนั้นเรือก็ไม่สามารถแล่นต่อไปได้ และได้เกิดกระแสน้ำวนหมุนเอาตัวเรือกลับ แม้นนายท้ายเรือและลูกเรือจะช่วยกันบังคับเรือ แต่ทำอย่างไรก็ไม่สามารถเดินเรือต่อไปได้ และยังเห็นจระเข้มาขวางคลองไว้ไม่ยอมให้ผ่านไป ทุกคนต่างตกใจ จึได้ทำการขอขมาลาโทษต่อ เจ้าพ่อทัพ และก้มลงกราบไหว้เหมือนเช่นชาวเรือทุกคนที่ผ่าน ศาลเจ้าพ่อทัพ จากนั้นจึงสามารถแล่นเรือต่อไปได้ด้วยดี จากเหตุการณ์ครั้งนั้นจึงทำให้ไม่มีใครกล้าแสดงกริยาที่ไม่เคารพเวลาเดินทางผ่านบิเวณ ศาลเจ้าพ่อทัพ อีก

             จนถึงปัจจุบันการคมนาคมส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนจากทางน้ำ มาเป็นทางบกซะมากกว่า ทำให้การจะเดินทางไปเพื่อกราบไหว้ ศาลเจ้าพ่อทัพ นั้นยากยิ่งขึ่ง คือต้องเดินทางเข้าซอย วัดมหาวงษ์(สำโรง)แล้วต้องเข้าซอยเล็กๆกว้าี่งประมาณ 1เมตร ที่อยู่เยื้อง วัดมหาวงษ์(สำโรง) ระยะทางประมาณ 800-900 เมตร ซึ่งไม่สะดวกนัก ทางคณะกรรมการ ศาลเจ้าพ่อทัพ จึงได้ทำการขอย้าย ศาลเจ้าพ่อทัพ เพื่อออกไปยังริมถนน ณ.สถานที่ที่สามารถเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่เป็นผล (เนื่องด้วย การใช้วิธีเสี่ยงทาย โยนไม้กลับ คว่ำหงาย ถ้าท่านยอม ให้ออก คว่ำอัน หงายอัน แต่โยนยังไงไม้กลับก็ออก คว่ำทั้งคู่ หรืไม่ก็ ออกหงายทั้งคู่ตลอด) จนเมื่อปี 2548 ทางคณะกรรมการได้ทำการหาที่ดินบริเวณริมทางถนนรถรางสายเก่า ซึ่งติดกับคลองสำโรง (ซึ่งเป็นคลองสายเดียวกับที่ ศาลเดิมตั้งอยู่)และได้ทำการเสี่ยงทายเพื่อจะทำการย้าย ศาลเจ้าพ่อทัพ อีก แต่ผลออกมาเหมือนเดิม คือท่านไม่ยอมให้ทำการย้าย ทางคณะกรรมการจึงได้ทำการตกลงกันว่า จะขอเปลี่ยนจากการย้ายศาล มาเป็นการสร้าง ศาลสาขาแทน เพื่อสะดวกแก่ผู้ที่มากราบไหว้ จึงลองเสี่ยงทายพอขออนุญาิติและผลเป็นได้รับ การอนุญาติให้สร้างได้